วิธีการเทรดด้วย Volume เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เทรด Forex

นักลงทุนที่มาจากตลาดอื่น ๆ พวกเขาทราบดีว่าปริมาณ Volume มีความสำคัญมากเมื่อตัดสินใจเทรด อย่างไรก็ตาม หลายปีที่ผ่านมาปริมาณ Volume นั้นโดยทั่วไปมักถูกละเลยจากเทรดเดอร์ในตลาด Forex เนื่องจากมันยากที่จะใช้ยืนยันตลาดได้ เหตุจากไม่มีศูนย์กลางแลกเปลี่ยนการทำธุรกรรมสกุลเงิน ดังนั้นจึงไม่มีแนวทางที่สมบูรณ์ในการประเมินปริมาณ Volume ทั้งหมดของการซื้อขายจริง

ทุกวันนี้มีข้อมูลเพียงพอที่จะประเมินแรงซื้อขายรายวันและรายชั่วโมงได้ มีเครื่องวัดปริมาณ Volume ที่เทรดสามารถเข้าถึงได้ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือซอฟต์แวร์ต่าง ๆ จากโบรกเกอร์ หรือเทอร์มินัลของบลูมเบิร์ก

โดยพื้นฐานแล้วปริมาณ Volume เป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากสามารถบอกเทรดเดอร์ว่าจะเกิด Breakout และยืนยันมันเมื่อเกิดขึ้น ประการที่สองอินดิเคเตอร์ปริมาณ Volume สามารถยืนยันความแข็งแกร่งของเทรนด์ เช่น จะเกิดเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงในสภาพแวดล้อมการเทรดที่อ่อนกำลังลงแล้วสามารถกลัวตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรง ประการที่สามปริมาณ Volumeสามารถบ่งชี้การกลับตัวได้

เพื่อหาโอกาสในการเทรดนี้เทรดเดอร์สามารถมองหาช่วงเวลาที่ปริมาณ Volume ลดลงในขณะเดียวกันก็ให้ประเมินเมื่อเทรนด์เริ่มขยับหรือแกว่งไปแกว่งมา การกลับตัวจะไม่เกิดขึ้นเมื่อปริมาณ Volume ต่ำ มันเป็นการยืนยันถึงสภาพแวดล้อมที่จะเกิดการซื้อขายใหม่อีกครั้งหลังจากที่มีการซื้อขายลดลงหรือราคาหมดแรงแล้ว อันเนื่องจากเทรนด์ปริมาณ Volume หายไปจากตลาด

การใช้งานปริมาณ Volume เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเทรดของคุณเป็นสิ่งสำคัญ แต่ควรใช้ผสมผสานกับอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอื่น ๆ ร่วมด้วย อย่างเช่น ระดับแนวรับและแนวต้าน (Support & Resistance) , MACD และสัญญาณซื้อหรือขายมากเกินไป (Overbought/Oversold signal) ลองพิจารณากราฟราคาคู่สกุลเงินต่อไปนี้ ประกอบด้วย อินดิเคเตอร์ RSI, MACD และ Volume

กราฟราคาคู่สกุลเงิน EURUSD

เราเห็นได้ว่าเมื่อปริมาณ Volume ลดลงนั้นทำให้แรงซื้อเริ่มหมดลง เราจึงเห็นได้ว่าระดับความน่าสนใจในสกุลเงินยูโรเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐลดลง ความน่าสนใจนี้เกี่ยวข้องทั้งการซื้อและการขาย จริง ๆ แล้วหากต้องการสังเกตชัดเจนให้ดูตอนช่วงท้ายของตลาดเริ่มปิดปริมาณ Volume จะลดลง และในแต่ละช่วงรอบการซื้อขายของตลาดที่ต่างกันปริมาณ Volume ก็ต่างกันด้วย ด้วยเหตุนี้เทรดเดอร์จึงมักเทรดในช่วงที่มี Volume สูง และจะไม่เฝ้ากราฟตลอดเวลา

ทั้งหมดนั้นหมายความว่าอย่างไร? เราสามารถกล่าวได้ว่าเมื่อการเคลื่อนไหวของราคาในปัจจุบันสูงขึ้นนั้นความสนใจในการซื้อลดลง การชุมชนกันในตลาดเริ่มสั่นคลองลง มันอาจใช้เวลาไม่นานนักราคาคู่สกุลเงินจะร่วงลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดการซื้อที่มากเกินไป (Overbought) ที่บ่งชี้โดย Relative Strength Indicator (RSI) ประการที่สองเนื่องจากปริมาณ Volume ลดลง เราอาจเห็นราคาชุดใหม่เกิดขึ้นแล้วขับเคลื่อนตลาดต่อไป

แนวโน้มปริมาณ Volume ในปัจจุบันบอกว่ามีข้อมูลใหม่ ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางของคู่สกุลเงิน หรือกล่าวอีกอย่างคือ ข้อมูลตลาดส่วนใหญ่ที่มีอยู่พร้อมแล้ว เป็นไปได้ว่ามันพร้อมแล้วที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเมื่อเวลานั้นมาถึง เราอาจจะเห็นพฤติกรรมทางด้านราคา (Price Action) เราอาจเห็นพฤติกรรมทางด้านราคาที่ค่อนข้างน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเทรดเดอร์เกิดความตื่นตระหนกในวันหยุดแล้วเข้าสู่ตลาดด้วยจำนวนปริมาณมหาศาล

นอกจากนี้ เราสามารถนำปริมาณ Volume ใช้ในการกำหนดความเข้มแข็งของเทรนด์ได้ จากกราฟราคาคู่สกุลเงินสามารถสังเกตสิ่งต่าง ๆ ได้แก่ (1) ในช่วงเทรนด์ขาขึ้น ปริมาณ Volume การซื้อ (ดูแท่งสีเขียว) ต้องมากกว่าปริมาณการขาย (ดูแท่งสีแดง) และในช่วงแนวโน้มขาลง ปริมาณ Volume การขายต้องมากกว่าปริมาณการซื้อ (2) เมื่อปริมาณ Volume การซื้อขายมีค่าสูงกว่าปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย สามารถคาดการณ์ได้ว่าราคาเข้าสู่จุดกลับตัวแล้ว